ไม้เถาเลื้อย (Climbing)

ข้อมูลทั่วไป

     ไม้เลื้อยเป็นที่นิยมปลูกเป็นประดับเหมือนกัน มีมากมายหลายพันธุ์ บางต้นออกดอกดก แต่ออกปีละครั้ง บางต้นก็มีกลิ่นหอม หรือบางต้นมีสีสดใส นิยมทำซุ้มให้เลื้อยหรือให้เลื้อยขึ้นไม้ระแนงให้ร่มเงา (pergola) เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของสวนที่ทำให้ร่มรื่น และน่าดู ปลูกเป็นพืชคลุมดิน คลุมหลังคาโรงเรือน หรือเลื้อยขึ้นไม้ใหญ่แล้วแต่ประจุดประสงค์

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้เถาเลื้อย หมายถึงพันธุ์ไม้ที่มีลักษณะเป็นไม้พุ่มที่ต้องอาศัยยึดเหนี่ยวพาดพิงต้นไม้หรือวัตถุอื่นเพื่อดำรงตนอยู่ได้ หรืออาจเลื้อยคลานไปตามพื้นดินมีลักษณะต่าง ๆ กันเช่น
1. ไม้เถายืนต้น (Woody climber or Creeper) พันธุ์ไม้พวกนี้จะมีลำเถาแข็งแรง ลำต้นมักมีหนามแข็งใช้เป็นเครื่องเกาะเกี่ยวยึดลำต้น เมื่อมีอายุนานปีจะมีเนื้อไม้ บางชนิดถ้าตัดแต่งทรงพุ่มสามารถที่จะยืนต้นอยู่ได้เช่นไม้พุ่ม (Scandent Shrubs) ได้แก่ เฟื่องฟ้า การเวก เถาเทพี
2. ไม้เถาล้มลุก (Herbaceous Climber or Creeper) พันธุ์ไม้ประเภทนี้มักจะมีอายุสั้น เลื้อยคลุมเรือนต้นไม้ เลื้อยตามรั้ว หรือตามต้นไม้อื่น ๆ โดยใช้ลำเถาเกี่ยวพันธุ์รอบวัตถุ ยึดเหนี่ยวเพื่อความเจริญเติบโตตามความยาวมากกว่าการเจริญเติบโตออกด้านข้าง และมักจะมีมือเกาะ (Tendrils) หรือเถาม้วนพันรอบ ๆ สิ่งที่มันยึดเหนี่ยวได้แก่ อัญชัน พวงชมพู เป็นต้น

การขยายพันธุ์

     วิธีทั่วไปคือ ปลูกไม้เลื้อย ลงดินให้เลื้อยขึ้นผนัง แต่หากเป็นบ้านที่ไม่มีพื้นดินหรือปลูกบริเวณระเบียงก็สามารถปลูกลงกระบะต้นไม้และปล่อยให้เลื้อยขึ้นผนังได้เช่นกัน ทั้งนี้นิยมทำกัน 2 รูปแบบ คือปล่อยให้เลื้อยเกาะผนังอาคารโดยตรง อาจมีวัสดุช่วยพยุงให้ไม้เลื้อยยึดเกาะได้ดีมากขึ้น เช่น เอ็น เชือก สะลิง ระแนง หรือคลิปยึดสายไฟ อีกวิธีคือทำโครงสร้างเช่น ระแนง ตะแกรงเหล็ก ลวดสะลิง โดยเว้นระยะจากผนังประมาณ 10-15 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้ต้นไม้ยึดเกาะบนผนังโดยตรง ช่วยป้องกันความชื้นซึมผ่านผนัง ทั้งยังช่วยไม่ให้ไม้เลื้อยทำอันตรายต่อผนัง วิธีนี้ยังช่วยเรื่องการระบายความร้อนได้ดีมากขึ้น เนื่องจากมีช่องว่างให้ลมพัดผ่าน จึงระบายความร้อนจากผนังได้ดีกว่าการปลูกต้นไม้ให้แนบเลื้อยไปกับผนังอาคารโดยตรง